วันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2558


      หลายครั้งที่หลายคนต่างมองดูบนท้องฟ้าแล้วพูดขึ้นมาว่า..จะมีอะไรบ้างที่เกิดขึ้นนอกโลกที่แสนจะสวยงามของเราใบนี้อีกบ้างหรือไม่ ในสมัยก่อนประวัติศาสตร์คนเหล่านั้นมักกล่าวกันว่า ดวงดาวและดวงอาทิตย์คือสิ่งที่อยู่บนสวรรค์นอกโลก ชาวเมโสโปเตเมียเชื่อว่าดวงดาวที่อยู่บนท้องฟ้านั้นคือ เทพเจ้า ดังนั้นจึงมีการสร้างสถานที่สำหรับจดบันทึกการขึ้นและตกของดวงอาทิตย์ ซึ่งกว่าหนึ่งร้อยปีมาแล้วที่ชาวเมโสโปเตเมียได้มีการบันทึกสิ่งที่เกิดขึ้นผ่านแผ่นดินเหนียว ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นในการศึกษาการเคลื่อนที่ของดวงดาวในทางดาราศาสตร์ที่เป็นกระบวนการมากยิ่งขึ้น และเมื่อหลายศตวรรษมาแล้วที่ดาวหางถูกมองว่าเป็นสิ่งที่เลวร้ายบอกลางร้าย เมื่อถึงปลายยุคกลางการปรากฏของดางหางปลุกความกลัวและความเกรงขาม สิ่งเหล่านี้ทำให้นักวิทยาศาสตร์อย่าง เอ็ดมันด์ ฮัลเลย์ (Edmond Halley)พยายามศึกษาเรื่องหลายต่างๆเหล่านี้ ในปีค.ศ.1695 ได้ค้นคว้าศึกษาเกี่ยวกับการพบเห็บเห็นดาวงหางในช่วงเวลาต่างๆ ซึ่งฮัลเลย์ได้พบว่า ดาวหางยี่สิบสี่ดวงที่มีเส้นทางผ่านท้องฟ้าของดาวเหล่านั้นที่มีรายละเอียดมากพอที่จะกำหนดดาวโคจรอย่างคราวๆได้ ที่สำคัญที่พบคือดาวหางสามดวงใช้วงโคจรเดียวกันซึ่งโคจรรอบดวงอาทิตย์ทุก 76 ปี ฮัลเลย์มีความมั่นใจในข้อสันนิฐานของตนเป็นอย่างมาก ซึ่งก็เป็นไปตามความคาดหมายของฮัลเลย์ การค้นพบของฮัลเลย์ทำให้ความคิดในแง่ต่างๆที่เกี่ยวกับดาวหางในสมัยก่อนนั้นเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

ดาวหางฮัลเลย์ (อังกฤษ: Halley's Comet) มีชื่อตามระบบดาวหางอย่างเป็นทางการว่า 1P/Halley ตั้งชื่อตาม เอ็ดมันด์ ฮัลเลย์ ผู้ซึ่งคำนวณคาบโคจรและทำนายการปรากฏตัวของดาวหางได้อย่างถูกต้องเป็นครั้งแรก ดาวหางฮัลเลย์มีคาบโคจรรอบละประมาณ 75-76 ปี นับเป็นดาวหางแบบมีคาบโคจรที่มีชื่อเสียงที่สุด แม้ในทุกศตวรรษจะมีดาวหางคาบยาวอื่นๆ อีกหลายดวงที่สว่างกว่าและสวยงามมากกว่า แต่ดาวหางฮัลเลย์นับเป็นดาวหางคาบสั้นเพียงดวงเดียวที่มีความสว่างมากจนสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า และเป็นดาวหางที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าเพียงดวงเดียวที่หวนกลับมาให้เห็นได้อีกในช่วงชีวิตของคนๆ หนึ่ง ดาวหางฮัลเลย์โคจรเข้ามายังระบบสุริยะชั้นในครั้งล่าสุดเมื่อปี ค.ศ. 1986 และจะกลับมาอีกครั้งในราวกลางปี ค.ศ. 2061

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น